วิธีป้องกันการโดนหลอกจากการซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะความเข้าถึงง่ายของเทคโนโลยี ความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าที่ง่าย รวดเร็ว ตัดปัญหาเรื่องของการเดินทาง บางครั้งยังได้สินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากร้านค้าออนไลน์ไม่มีต้นทุนในการเปิดร้าน นอกจากนี้ การซื้อของผ่านระบบออนไลน์ในสินค้าบางประเภท เช่น กระเป๋า นาฬิกา เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่วนใหญ่เป็นของต่างประเทศ ยังอาจทำให้ได้ของที่ทันสมัย โดยเฉพาะของที่ไม่มีร้านจำหน่ายในประเทศไทย

ด้วยปัจจัยที่เข้าถึงง่ายสะดวกนี้เอง ทำให้ การซื้อสินค้าออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ก็ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น ได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือคุณภาพต่ำกว่าที่โฆษณาขายไว้ทางออนไลน์ ได้สินค้าไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ หรือไม่ตรงกับความต้องการ รวมไปถึงการโฆษณาเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภค

วิธีป้องกันการโดนหลอกจากการซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ว่าผู้บริโภคควรให้เวลากับการศึกษาข้อมูลของสินค้า ความน่าเชื่อถือของผู้ขายและสินค้าที่ขายก่อนการตัดสินใจซื้อ โดยมีวิธีการง่ายๆ คือ

1.ตรวจสอบเว็บไซต์ของร้านค้าว่ามีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ การตรวจสอบนี้จะทำให้ผู้บริโภคสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะการจดทะเบียนพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้จดต้องเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ต้องมีการระบุข้อมูลส่วนตัวต่างๆเพื่อขอขึ้นจดทะเบียน ซึ่งถ้าหากเป็นมิจฉาชีพคงจะไม่อยากแสดงตัวตน ให้ผู้อื่นรู้ สังเกตได้จากหน้า Contact Us ในการจดทะเบียนผู้ขายจะได้รับเลขรหัสทะเบียน และจะมีการแสดงสัญลักษณ์ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

2.เลือกร้านค้าที่มีเสียงตอบรับในทางที่ดี วิธีสังเกตง่ายๆคือร้านค้าที่มีเสียงตอบรับที่ดี ให้ดูจากหน้ากระทู้ (Webboard) หรือจำนวนการส่งสินค้า การรีวิว (Review) จากลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจากทางร้านว่าเป็นอย่างไร

3.เลือกซื้อสินค้าในเว็บไซต์ที่มีอายุการขายอย่างน้อย 1 ปี โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆผ่านทาง http://www.seologs.com/dns/domain-check.html โดยการใส่ชื่อเว็บไซต์นั้นๆลงไป

4.ตรวจสอบการตอบคำถามของผู้ขายสามารถตรวจสอบได้จากการตอบคำถามในกระทู้ (Webboard) ว่าผู้ขายหมั่นตอบคำถามของลูกค้าหรือไม่ มีการตอบคำถามอย่างไร และเอาใจใส่ลูกค้าหรือไม่ หากในกระทู้มีลูกค้าเข้ามาคุยเป็นจำนวนมาก แล้วผู้ขายมีการให้ความใส่ใจในการตอบคำถามของลูกค้าที่ดี ผู้บริโภคก็สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าปลอดภัย

5.ดูเงื่อนไขการรับประกันสินค้าหรือบริการหลังการขายเนื่องจากการซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ หากสินค้ามีปัญหาไม่ว่าจะเป็นการส่งที่ผิดพลาดหรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ทางร้านจะมีการรับประกันหรือสามารถเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้หรือไม่ ระยะเวลาในการรับประกันมีมากน้อยเพียงใด หากทางผู้ขายไม่ได้ระบุไว้ ผู้บริโภคก็ควรถามให้เข้าใจ และชัดเจนก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งในทางที่ดีควรสอบถามผ่านทาง เว็บบอร์ดหรืออีเมล์ เพื่อจะได้มีหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร และไม่ควรตกลงซื้อขายกันทางโทรศัพท์

6.สินค้าที่สนใจจะซื้อไม่ควรเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย เช่น ซีดีเถื่อน สินค้าปลอม สินค้าผิดกฎหมาย หรือสินค้าที่มีราคาสูงมากๆ ถ้าไม่ใช่สินค้าพวกนี้ก็ไม่ต้องกังวลใจมากมาย เพราะปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดกับสินค้าประเภทนี้

เป็น 6 วิธีง่ายๆที่จะช่วยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อของการซื้อขายสินค้าออนไลน์…ในยุคโลกเทคโนโลยีนี้

แนวโน้มการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


การซื้อสินค้าออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไปแล้ว เพราะปัจจุบันการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตนั้นง่าย สะดวก ทำได้ทุกที่ทุกเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่จำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในยุคที่สื่อออนไลน์  เข้ามามีบทบาทในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมากขึ้น มีผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตเกือบครึ่ง หรือ 48% ที่ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ผ่านสื่อออนไลน์ และเกือบ 60% ที่ติดตามแบรนด์สินค้าหรือร้านค้าปลีกที่ตนชื่นชอบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารออนไลน์แบบสองทาง โดยต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ผู้ค้าปลีกยังสามารถใช้สังคมออนไลน์เป็นช่องทางในสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์สินค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย

แนวโน้มตลาดซื้อสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยว่ามีสัญญาณการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2557 มูลค่าตลาดน่าจะมากกว่า 100,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีมูลค่าการตลาดประมาณ 90,000 ล้านบาท เนื่องจากการขยายตัวของการใช้โทรศัพท์มือถือ อีกทั้งปัจจุบันผู้บริโภคเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ง่าย ทั้งผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ จึงเอื้ออำนวยต่อการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านอุปกรณ์สื่อสาร อีกทั้งราคาถูกกว่าสินค้าในร้าน โดยส่วนใหญ่จะมีส่วนลดจากราคาปกติประมาณ 5-10% ยิ่งดึงดูดความสนใจของนักช็อปชาวไทย นอกจากนี้สังคมออนไลน์ยังเป็นสื่อที่ผู้บริโภคชาวไทยใช้ติดตามแบรนด์ และ รีวิวสินค้า

สินค้าออนไลน์ที่คนไทยนิยมสั่งซื้อมากที่สุด คือ สินค้าแฟชั่นและสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยความงาม เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เป็นต้น นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ค้าปลีกเมืองไทยต้องปรับตัว เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปัจจุบันระบบการสั่งสินค้าและชำระเงินผ่านทางออนไลน์นั้น ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และคุณภาพสินค้าดีไม่แพ้การซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านจึงไม่แปลกใจที่มูลค่าตลาดซื้อสินค้าออนไลน์จะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกไทยจำเป็นต้องหันมาทำตลาดสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น เพราะนี่จะเป็นอีกช่องทางการค้าที่สำคัญ ที่สามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการแข่งขันเพื่อรักษาหรือชิงส่วนแบ่งการตลาด

ช็อปสินค้าอย่างไรให้ปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ต

เมื่อเทคโนโลยีและการสื่อสารมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงในปัจจุบัน จึงทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตมีบทบาทเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในครัวเรือนเพิ่มขึ้นจาก 7 % เป็น 11 % ส่งผลให้การซื้อขายสินค้าผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตก็มีการเจริญเติบโตตามไปด้วย

การซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตมีคำเรียกเฉพาะว่าอิเล็กทรอนิกส์คอมเมิร์ซ คือการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตเข้ากับการจำหน่ายสินค้าและบริการ โดยอินเทอร์เน็ตทำหน้าที่เป็นสื่อที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้าหรือบริการ ไปสู่คนทั่วโลก ทำให้การดำเนินการซื้อขายเป็นไปอย่างสะดวกฉับไว แต่สำหรับคนไทยนั้น พฤติกรรมของการซื้อสินค้าในลักษณะออนไลน์ หรือผ่านอินเทอร์เน็ตนั้น อาจยังมีไม่มากนัก เทียบกับประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสูงๆ เนื่องจาก ความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของช่องทางการชำระเงินออนไลน์นี่เอง ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยอาจไม่ได้รับความนิยมมากนัก อันตรายต่างๆที่มักจะเกิดขึ้นกับการช็อปปิ้งออนไลน์หรือการใช้สิ่งต่างๆที่อยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ตนั่นก็คือ อันตราย…ของราคาถูก นักช็อปปิ้งทั้งหลายมักจะชอบค้นหาคูปองส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้คำนึงถึงว่า คูปองเหล่านี้เป็นช่องทางที่อาชญากรทางคอมพิวเตอร์หรือแฮกเกอร์มักใช้เพื่อหลอกล่อเหยื่อให้ทำการคลิ้กเข้าไปในคูปองหรือโปรโมชั่น ซึ่งเบื้องหลังนั้นจริงๆแล้ว ถูกแฝงไว้ด้วยลิ้งค์ที่เป็นอันตราย ซึ่งเมื่อนักช็อปทำการคลิ้กไปที่ลิ้งค์ดังกล่าวแล้ว ก็จะถูกหลอกให้ทำการป้อนข้อมูลส่วนตัวหรืออาจเป็นความลับของตนลงในเว็บไซต์ โดยแฮกเกอร์มักจะใช้วิธีนี้กับสินค้าที่เป็นที่นิยมและขายดี หรืออาจเป็นสินค้าหายากที่ไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด ทำให้ผู้ใช้อดใจไม่ได้ที่จะคลิกไปยังลิ้งค์ที่ปรากฏ

ซื้อสินค้าอย่างมั่นใจ…บนอินเทอร์เน็ต
แม้ว่าการซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ซื้อในการเลือกซื้อสินค้า แต่การซื้อสินค้าออนไลน์ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่น ผู้ซื้อไม่ได้เห็นคุณภาพของสินค้าจริงหรือได้ทดลองใช้ก่อนซื้อ สินค้าที่ได้จึงอาจไม่ตรงกับที่ต้องการ แถมยังอาจแฝงมาด้วยอันตรายต่างๆที่เราคาดไม่ถึง ดังนั้นก่อนการสั่งซื้อสินค้าใดๆบนอินเทอร์เน็ต

ผู้ซื้อควรทราบข้อมูลต่อไปนี้
1. เรียนรู้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และผู้ขาย
สินค้าบนอินเตอร์เน็ตมีทั้งสินค้าใหม่และสินค้ามือสอง ควรตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาจากร้านค้าอื่นๆ ก่อนการซื้อขาย หากเป็นสินค้ามือสองควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนการซื้อขายว่าเป็นดังที่ผู้ขายกล่าวอ้างจริง ควรเรียนรู้สินค้าที่จะซื้อก่อนว่าสินค้าควรมีสภาพอย่างไร สามารถทำอะไรได้บ้าง ควรสอบถามผู้ขายก่อนว่ามีตำหนิหรือชำรุดในส่วนใดบ้าง

สำหรับผู้ขายซึ่งในปัจจุบันผู้ขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ตมีทั้งผู้ค้าที่เปิดเป็นร้านค้าจดทะเบียนพาณิชย์และผู้ขายมือสมัครเล่น ในกรณีแรกผู้ซื้อสินค้าก็จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของผู้ขายหรือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของผู้ซื้อ ส่วนในกรณีหลัง ผู้ซื้ออาจเสี่ยงถูกโกงหรือได้รับสินค้าด้อยคุณภาพไม่ตรงตามที่ผู้ขายโฆษณา อาจลดความเสี่ยงนี้โดยการตรวจสอบประวัติการค้าขายสินค้าของผู้ขาย อาทิ ผู้ขายมีประวัติการส่งสินค้าล่าช้าหรือไม่ส่งบ้างหรือไม่ สินค้าชำรุดแล้วรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าหรือไม่ มีลูกค้าประจำหรือไม่

2. ตรวจสอบนโยบายการส่งสินค้า
ผู้ซื้อควรสอบถามผู้ขายให้แน่ใจก่อนการซื้อขายสินค้าว่าจะส่งสินค้าแบบใด ราคาสินค้ารวมค่าจัดส่งไว้ด้วยหรือไม่ สินค้าที่อาจแตกหัก ผู้ขายมีมาตรการการป้องกันไว้อย่างไร ผู้ขายส่งสินค้าทุกวันหรือไม่ ส่งโดยวิธีการแบบใด เนื่องจากการจัดส่งที่ต่างกัน ระยะเวลาในการได้รับสินค้าก็จะต่างกันด้วย ดังนั้นควรสอบถามให้แน่ใจก่อนการซื้อขาย

3. นโยบายการคืนสินค้า
ควรตรวจสอบนโยบายการคืนสินค้าของผู้ขายก่อนการซื้อขาย ผู้ขายยินดีรับคืนสินค้าหรือไม่หากสินค้ามีปัญหาหรือพบข้อบกพร่องของสินค้าที่ผู้ขายมิได้แจ้งไว้ก่อนการซื้อขาย หากสินค้ามีปัญหาต้องจัดส่งสินค้าคืน ผู้ใดจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าคืนและ/หรือส่งกลับ

4. ความปลอดภัยในการชำระเงิน
การชำระเงินผ่านหน้าเว็บไซต์ที่แสดงข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลด้านการเงิน เช่นหมายเลขบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิต ควรสังเกตให้แน่ใจว่าหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ที่ส่งออกไปเพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถถอดรหัสได้ โดยสังเกตจาก URL ของหน้าเว็บไซต์นั้นต้องเริ่มด้วย “https” แทนที่จะเป็น “http” และ มีสัญลักษณ์รูปกุญแจแสดงอยู่ที่ด้านล่างของเว็บเบราเซอร์เพื่อความปลอดภัยว่าเว็บไซต์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเว็บปลอมหรือฟิชชิ่ง และมีความปลอดภัยเพียงพอที่จะไม่ถูกดักจับข้อมูลสำคัญของหมายเลขบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิตดังกล่าว

5.หลีกเลี่ยงข้อเสนอ โปรโมชั่นสินค้า ราคาสินค้าที่น่าสงสัย
พบการขายสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ามีการหลอกลวง เช่น สินค้าไม่มีตัวตนจริง ใช้ในการหลอกเอาหมายเลขบัตรเครดิต, สินค้าไม่มีคุณภาพ หรือชำรุด, สินค้าอาจมีที่มาไม่ถูกต้อง หรือผิดกฎหมาย

คำแนะนำการซื้อสินค้าทางออนไลน์อย่างไรให้มั่นใจ

ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้การติดต่อระหว่างกลุ่มเพื่อน คนรู้จัก เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ถึงอยู่กันคนละมุมโลกก็สามารถพูดคุยกันได้ตลอดเวลา รวมไปถึงการติดต่อซื้อขายสินค้า ใช้บริการ หรือทำธุรกรรมต่างๆ ก็นิยมทำผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพราะสะดวกสบายแค่ปลายนิ้วคลิก ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างมากเลยค่ะ

คำแนะนำในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ มาแนะนำแก่ทุกๆท่าน เพื่อให้สามารถเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ทางออนไลน์อย่างมั่นใจและปลอดภัย รวมถึง คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการค้าขายออนไลน์ ในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ด้วย ตามรายละเอียดดังนี้ค่ะ

หากเจอสินค้าที่ราคาถูกกว่าราคาท้องตลาดมากๆ จนผิดสังเกต ให้ตรวจสอบกับผู้ซื้อให้มั่นใจเสียก่อน อย่าเห็นแก่ของราคาถูกและรีบโอนเงินไปให้ก่อน เพราะผู้ร้ายมักตั้งราคาสินค้าให้ถูกกว่าท้องตลาด เพื่อโน้มน้าวให้คุณสนใจและซื้อ

หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินจำนวนมากๆ ให้กับคนที่เราไม่เคยซื้อของด้วยมาก่อน หากต้องการทำจริง ขอให้ไปเจอหน้า แล้วมอบเงินให้กันดีกว่า เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ร้ายมักหลีกเลี่ยงการพบหน้ากันจริงๆ จะมีเทคนิคการโน้มน้าวให้คุณโอนเงินไปให้ก่อนจึงควรระมัดระวัง

เมื่อพบหน้าในกรณีที่ได้พบหน้ากันจริงให้ขอเอกสารยืนยันการซื้อ หรือติดต่อ เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารยืนยันการซื้อสินค้า หรืออย่างน้อยขอถ่ายภาพของผู้ขายไว้

ทดลองสั่งซื้อของจำนวนน้อยๆ ก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ค้าคนนั้น ส่งของจริง และมีตัวตนจริงซึ่งในรายที่ต้องการฉ้อโกงจะพยายามให้คุณสั่งของคราวละมากๆ ต้องระมัดระวังอย่างมาก

อย่าไว้ใจ Social Network ของผู้ขาย เพราะบางคนมีหลายบัญชีผู้ใช้ พยายามขอบัญชีผู้ใช้งานจริงที่ใช้ในการติดต่อ ทำให้สามารถตรวจสอบกลุ่มเพื่อนหรือผู้ติดตามและพฤติกรรมของการใช้งานจริงได้ โดยถ้าผู้ขายผ่าน Social Network มีความจริงใจก็ต้องยินดีในการให้บัญชีผู้ใช้งานจริง

ควรตรวจสอบว่า ผู้ขายมีชื่อจริง นามสกุลจริง หรือชื่อของเจ้าของร้านแสดงอยู่หรือไม่ หากมีชื่อจริง หรือเลขบัญชีธนาคารที่ต้องโอนเงินชำระค่าสินค้าให้ ควรค้นหาตรวจสอบชื่อ นามสกุลใน Google เสียก่อนก่อนว่ามีประวัติอย่างไรมาบ้าง เพราะหากเป็นชื่อหรือบัญชีที่เคยมีการโกงมาก่อน ก็อาจจะเจอคนอื่นๆ แสดงความเห็นไว้ในที่อื่นๆ เช่นกัน และหากเป็นบัญชีธนาคารในรูปแบบบริษัทหรือนิติบุคคล ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ ว่าชื่อเว็บนี้ตั้งมานานแล้วหรือไม่ ตรวจสอบได้ที่ http://dawhois.com สำหรับ .com และสำหรับชื่อเว็บที่ลงท้ายด้วย .th ตรวจสอบได้ที่ http://thnic.co.th/whois หากเว็บที่เปิดมานานแล้วเกิน 6 เดือนขึ้นไป ก็จะมีความน่าเชื่อมากกว่าเว็บที่เพิ่งเปิดมาเพียงไม่กี่เดือน เพราะส่วนใหญ่เว็บที่หลอกลวงจะเปิดได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

หากเป็นผู้ที่ขายกับผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงก็จะมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง เพราะผู้ให้บริการจะมีการตรวจสอบร้านค้ามาก่อน

ตรวจสอบจากการพูดคุยและโต้ตอบกันก่อนหน้านี้ของผู้ขายหรือเว็บนั้นๆ เช่น ในเว็บบอร์ด หรือ Social Network ดูว่ามีคนเข้าไปเขียนตอบอะไรบ้าง หรือกระทู้ล่าสุดที่ตอบคือเมื่อไร เพราะหากคำถามถูกทิ้งไม่ได้ตอบไว้นานจะมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่า และต้องตรวจสอบว่ามีผู้เคยได้รับสินค้าแล้วหรือไม่ด้วย เพราะจะสามารถตรวจสอบตัวตนของเจ้าของนั้นได้ และควรระวังบัญชีผู้ใช้ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่

ตรวจสอบดูความใหม่ของสินค้าหน้าเว็บไซต์และการอัพเดทเว็บไซต์ หากเว็บไซต์มีการอัพเดทเป็นประจำ เช่น มีสินค้าใหม่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่น การเปลี่ยนแปลงข่าวสารหน้าเว็บเป็นประจำ ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าของร้านดูแลหน้าเว็บไซต์เป็นประจำ ทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้น

ตรวจสอบดูว่ามีลูกค้าที่เคยซื้อสินค้ากับร้านนี้หรือไม่ ลองตรวจสอบทางเว็บบอร์ดของทางร้าน หากมีหรือลองอีเมลติดต่อไปหาคนที่เคยซื้อไปว่าบริการของร้านค้าเป็นอย่างไรบ้าง เราจะได้มั่นใจมากขึ้น

ตรวจสอบเบอร์ติดต่อของร้านค้า ที่มีเบอร์ที่เป็น 02 หรือเบอร์บ้าน จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะมีที่อยู่หลักแหล่งแน่นอน ในเว็บไซต์ควรมีที่อยู่ของธุรกิจแสดงอยู่ เพื่อบ่งบอกว่าร้านค้าหรือเจ้าของร้านอยู่ที่ไหน จะดีกว่าเว็บไซต์ที่ไม่แสดงข้อมูล

หากเว็บไซต์นั้นๆ มีการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยและตรวจสอบได้ที่ http://www.dbd.go.th/edirectory

สำหรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หากร้านค้านั้นรองรับการจ่ายเงินประเภทนี้ ถ้าเกิดปัญหาเราสามารถดึงเงินกลับได้เพราะเป็นชำระเงินแบบ “เครดิต” ซึ่งแตกต่างกับการจ่ายเงินสดหรือโอนเงิน เพราะหากจ่ายไปแล้ว เมื่อผู้ขายเบิกเงินไปก็ยากที่จะไปเอาเงินคืน

สั่งซื้อของทางอินเตอร์เน็ตอย่างไรให้ได้รับสินค้าอย่างให้ปลอดภัย

                         อินเตอร์เน็ตเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับข้อดีข้อเสียและประโยชน์ต่างๆอีกมากมาย  และหนึ่งในผลประโยชน์ที่ได้รับผลพวงมาจากเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า ” อินเตอร์เน็ต ” นั่นก็คือการขายของผ่านทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจการขายของผ่านอินเตอร์เน็ตนั่นมีมาหลากหลายรูปแบบมีทั้งสินค้าความงาม , ขายของเล่น , ขายหนังหลากหลายประเภท เป็นต้น  และหลายท่านก็ยังเกิดความกังวลว่าจะมีกลุ่มคนที่หลอกหลวงมารึป่าวเราจึงมีวิธีเบื้องในมาแนะนำกันก่อนที่จะโอนเงินเพื่อสั่งซื้อของผ่านทางอินเตอร์

087c2fe8-8889-4f5f-9e6b-1586d59006fe_7-Homeshop18_CW

จากร้านค้าที่วางแผงขายตามริมถนนพัฒนามาเป็นร้านค้าใหญ่จนกลายมามีเว็บไซด์ของร้าน  หรือบางคนยังเป็นนักศึกอยู่ยังไม่มีเงินไปเปิดร้านและยังไม่มีเงินจ้างคนสร้างเว็บไซด์ให้จึงมีช่องทางให้เลือกจาก เฟสบุ๊ค , ไลน์ , ทวิตเตอร์ เป็นต้น ล้วนแล้วแต่มีการใช้อินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น  หลังจากมีช่องทางการทำธุรกิจในการขายของผ่านอินเตอร์เน็ตแล้วก็มีอีกด้านเช่นกันคือจะมีพวกหลอกลวงเข้ามาเช่นกัน  แล้วเราจะทำอย่างไรให้ตัวเราเองนั้นสั่งซื้อของทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยเรามีวิธีมาแนะนำกัน  ก่อนอื่นที่เราจะโอนเงินไปให้เจ้าของธุรกิจแน่นอนว่าเราก็จะต้องเริ่มจากการติดต่อสอบถามก่อน  อันดับแรกเราควรที่จะสอบถามข้อมูลสินค้าและสอบถามคำถามทุกคำถามที่เรานั้นสงสัยอย่างระเอียด  อันดับสองที่เราควรทำคือ การเช็คถึงความน่าเชื่อถือ คืออย่างไร ??? ควรเช็คก่อนว่ามีการรีวิวสิค้าเพื่อเปรียบเทียบรึป่าว , ควรเช็คว่ามีฟีตแบคหรือผลตอบรับจากการใช้สินค้าของลูกค้ามากน้อยเพียงใด เรียกได้ว่าทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรจะเช็คเป็นอันดับต้นๆ  ถ้าหากคุณผู้อ่านได้เช็คดูแล้วรู้สึกว่าผลตอบรับหรือการเคลื่อนไหวนั้นน้อยไปก็ข้อให้สันนิฐานไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นพวกหลอกลวง  หลังจากนั้นก็ควรพิจราณว่าเราจะเชื่อถือหรือไม่แล้วค่อยทำการสั่งซื้อของผ่านทางอินเตอร์เน็ต

Q330480

 

จึงสามารถสรุปได้ว่าหากท่านผู้อ่านมีความประสงค์ที่จะสั่งซื้อของผ่านทางอินเตอร์เน็ตก็ควรที่จะลองตรวจสอบข้อมูลดูก่อนนะครับหากไม่ทราบว่าขะเริ่มอย่างไรก็ลองนำเอาวิธีที่แนะนำไปทำกันดูนะครับเพื่อที่จะได้ซื้อของได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น